การเล่นแชร์เป็นวิธีออมเงินและระดมทุนที่อยู่คู่สังคมไทยมานาน แต่พอมีปัญหา "วงแตก" ขึ้นมา หลายคนไม่รู้จะไปทางไหนดี บทความนี้จะแยกแยะให้ชัดเจนครับว่าเมื่อไหร่เป็นแค่เรื่องผิดสัญญา (แพ่ง) และเมื่อไหร่เป็นเรื่องฉ้อโกง (อาญา)
1. คดีแชร์ทางแพ่ง (ผิดสัญญา)
กรณีไหนบ้าง?:
ลูกวงเปียแชร์ไปแล้ว แต่ไม่ยอมส่งงวดต่อ (เบี้ยวหนี้)
ท้าวแชร์หมุนเงินไม่ทัน จ่ายเงินให้คนที่เปียได้ช้า หรือจ่ายไม่ครบ
ลักษณะ: เป็นการผิดสัญญาทางแพ่งธรรมดา คือมีเจตนาจะเล่นแชร์จริงๆ แต่เกิดปัญหาทางการเงินภายหลัง
วิธีแก้: ผู้เสียหาย (ท้าว หรือ ลูกวงคนอื่น) ต้องไปฟ้องคดีแพ่งเรียกเงินคืนที่ศาล (คดีมโนสาเร่ หรือคดีผู้บริโภค แล้วแต่กรณี) ตำรวจไม่รับแจ้งความนะครับ เพราะเป็นเรื่องทางแพ่ง ไม่ติดคุก
2. คดีแชร์ทางอาญา (ฉ้อโกง/ฉ้อโกงประชาชน)
กรณีไหนบ้าง?:
ท้าวแชร์ตั้งใจมาโกงตั้งแต่แรก: เช่น เปิดวงแชร์ทิพย์ (ไม่มีตัวตนลูกวงคนอื่นจริง), เอาชื่อผีมาใส่เพื่อเปียเงินมือต้นๆ ไปใช้เอง, สัญญากำไรเวอร์ๆ เกินจริง (แชร์ลูกโซ่)
ลูกวงตั้งใจมาโกง: เช่น ใช้ชื่อปลอมมาเล่น, ตั้งใจเปียมือแรกแล้วหนีทันที
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: พ.ร.บ.การเล่นแชร์ฯ, ความผิดฐานฉ้อโกง, หรือถ้าเสียหายวงกว้างก็เป็น "ฉ้อโกงประชาชน" และ "กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน"
โทษ: หนักมาก! จำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 10 ปี (ถ้าฉ้อโกงประชาชน ยิ่งกรรมเยอะ ยิ่งติดคุกนาน)
วิธีแก้: รวบรวมผู้เสียหายแล้วรีบไปแจ้งความดำเนินคดีอาญากับตำรวจ หรือจ้างทนายฟ้องคดีอาญาเอง เพื่อกดดันให้จำเลยหาเงินมาคืน
สรุป: วงแตกเมื่อไหร่ อย่าเพิ่งด่วนสรุป ปรึกษาทนายความเพื่อวิเคราะห์พฤติการณ์ก่อนว่าเข้าข่ายคดีประเภทไหน จะได้เลือกวิธีดำเนินคดีที่ถูกต้องและได้เงินคืนเร็วที่สุดครับ